“มะเร็งรังไข่” ภัยร้ายหญิงไทยและความหวังใหม่ในการรักษาด้วยยาตรงพันธุกรรม

มะเร็งรังไข่

รังไข่ (Ovary) เป็นส่วนหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง มีส่วนสำคัญมากในระบบฮอร์โมนสตรี ซึ่งเนื้อเยื่อรังไข่ในส่วนต่าง ๆ สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ตั้งแต่แบบไม่ลุกลาม ไปจนถึงมะเร็งชนิดร้ายที่กระจายไปอวัยวะภายในและเยื่อบุช่องท้อง

               “มะเร็งรังไข่” มักพบในหญิงไทยอายุ 40-60 ปี ซึ่งปัจจุบันสามารถพบผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีประวัติมะเร็งของระบบสืบพันธุ์สตรี (เต้านมรังไข่ เยื่อบุช่องท้อง) ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าเกี่ยวข้องกับยีนมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น ยีน BRCA ซึ่งทำให้เกิดโรค Hereditiary Breast, Ovarian Cancer ซึ่งตรวจได้จากเลือดว่ามียีนกลายพันธุ์เสี่ยงมะเร็งนี้หรือไม่ และสามารถวางแผนจัดการได้ตั้งแต่ยังไม่ป่วย เหมือนกับคุณแอนเจลีน่าโจลี่ ดาราฮอลลี่วู้ด ที่โด่งดัง

               “มะเร็งรังไข่” ส่วนใหญ่จะไม่มีโอกาสนอกจากก้อนมีขนาดใหญ่จนแน่นท้อง ซึ่งเกินจะรักษาให้หายขาดได้ โดยสัญญาณอันตรายของมะเร็งรังไข่ ที่ต้องรีบมาพบแพทย์ ได้แก่

  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง เรอบ่อยขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จากการที่ก้อนมะเร็งไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ
  • ท้องผูก จากการที่ก้อนมะเร็งไปเบียดลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่
  • คลำเจอก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย
  • ปวดท้องน้อย
  • ประจำเดือนผิดปกติ ทั้งปริมาณมาก มาติดต่อกันนาน หรือมีอาการปวด
  • มีอาการท้องมาน เนื่องจากมะเร็งกระตุ้นการสร้างน้ำออกมาในช่องท้อง

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์นรีเวช การตรวจจะเริ่มจากการตรวจภายใน เจาะเลือดตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง เช่น CA 125, Beta HCG หรือ AFP เป็นต้น และตรวจด้วยภาพทางการแพทย์เบื้องต้น คือ อัลตราซาวด์ ถ้าพบว่า มีก้อนก็จะทำการนัดหมายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วช่องท้องต่อไปเพื่อกำหนดระยะโรค และวางแผนการรักษา

               การรักษามะเร็งรังไข่ในระยะแรกจะทำการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก ซึ่งทำได้ทั้งแบบเปิดหน้าท้องหรือเจาะรูที่ผนังหน้าท้องเพื่อสอดกล้องเข้าไปตัดก้อนออกมา หลังจากนั้นจะเออาชิ้นเนื้อทั้งก้อนไปปตรวจทางพยาธิวิทยา ว่าขอบเขตที่ตัดออกมานั้นมีมะเร็งหลงเหลือหรือไม่ เป็นเซลล์ชนิดอะไร และต้องฉายรังสีหรือให้ยาเคมีบำบัดหรือไม่ เพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ

               แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์ในระยะที่มะเร็งลุกลามกระจายไปแล้ว (ระยะ 4) จึงไม่สามารถกำจัดก้อนมะเร็งทั้งหมดออกได้ การรักษาจึงเป็นการชะลอการลุกลามของโรคออกไปให้นานที่สุด ด้วยการให้ยาเคมีบำบัด หรือการใช้ยาต้านฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งในสูตรยาเคมีในปัจจุบันพบว่ามีประสิทธิภาพคุมโรคได้ดีขึ้น แต่ผู้ป่วยบางส่วนก็ยังไม่ตอบสนองต่อยา จึงต้องอาศัยเทคนิคใหม่ ๆ ในการรักษา ได้แก่

  • ใช้ยามุ่งเป้าที่ยับยั้งการสร้างเส้นเลือดท่อน้ำเลี้ยงก้อนมะเร็ง คือ ยา Avastin ให้ฉีดร่วมกับยาเคมี พบว่า มะเร็งถูกทำลายมากขึ้น คุมโรคได้นานขึ้น แต่ก็ยังมีผู้ป่วยบางส่วนที่ดื้อต่อการรักษา จึงได้มีการพัฒนาการรักษาใหม่ ๆ ขึ้นมา
  • ทำการตรวจหาการกลายพันธุ์ที่ยีน BRCA ถ้าตรวจพบการกลายพันธุ์ (ตรวจจากชิ้นเนื้อมะเร็งที่ตัดออกมา หรือตรวจจากเลือด) ก็จะใช้ยามุ่งเป้าที่เรียกว่า ยาต้านระบบ PARP ซึ่งจะทำให้ระบบซ่อมแซมตัวเองของมะเร็งหยุดทำงานและหยุดการเติบโต โดยยานี้ได้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว ชื่อว่า Oraparib เป็นยาแคปซูล รับประทานวันละ 2 ครั้ง มีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาเคมี ช่วยคุมโรคที่ดื้อยาเคมีและยาตัดท่อน้ำเลี้ยงมะเร็ง

               ข้อดีของยาชนิดนี้ คือ เป็นยาที่เราทำนายผลการตอบสนองได้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีพันธุกรรมตรงกับยา จึงเรียกว่า เป็นการรักษามะเร็งแนวใหม่เฉพาะบุคคล (Personalized cancer treatment) ซึ่งเป็นวิทยาการต้านมะเร็งที่จะเข้ามาตอบโจทย์การรักษามะเร็งรังไข่ระยะกระจายที่ยังไม่มียาได้ผลดี นอกจากนี้ ในผู้ป่วยที่มียีน BRCA กลายพันธุ์และเป็นมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม เราก็ยังสามารถใช้ยาต้าน PARP รักษาได้เช่นกัน

Share:

More Posts

มลพิษทางอากาศและความยาวของเทโลเมียร์

มลพิษทางอากาศและความยาวของเทโลเมียร์ : ชนิดบทความการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากวารสารที่มีอาสาสมัครรวม 12,058 คน ผู้แต่ง : Bing Zhao, Ha Q. Vo, Fay H. Johnston, Kazuaki Negishi บทคัดย่อ มีการศึกษาและการรายงานถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อระบบทางเดินหายใจอยู่อย่างมากมายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามกลไกขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกลไกการก่อให้เกิดโรคต่างๆ จากมลพิษยังไม่ได้รับการชี้แจงอย่างชัดเจน โดยมลพิษทางอากาศอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการเร่งกระบวนการชราภาพก่อนวัยอันควร และอาจเป็นสาเหตุของการไปสู่การเกิดโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease;

การจัดการมะเร็งระยะลุกลาม

#เทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็ง EP.4 #การจัดการมะเร็งระยะลุกลาม โดย นพ.จิรเจษฎ์ สุขสุเพิ่ม อายุรแพทย์ด้านการรักษาโรคมะเร็ง ในตอนที่ผ่านมา เราได้พูดกันถึงเรื่องของ การรักษามะเร็งด้วยวิธีมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า ยาปลดเบรกภูมิต้านทาน และภูมิคุ้มกันบำบัดในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในตอนจบนี้คุณหมอจะมาพูดถึง การสร้างทหารกองพิเศษที่จะมาจัดการกับมะเร็งโดยตรง หรือการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัด จะเป็นอย่างไร มีประโยชน์แค่ไหน เรามาติดตามไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ . ปรึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งได้ที่ #WincellResearch Tel.

ภูมิคุ้มกันบำบัดกับการรักษาโรคมะเร็ง

#เทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็ง EP.3 ภูมิคุ้มกันบำบัดกับการรักษาโรคมะเร็ง โดย นพ.จิรเจษฎ์ สุขสุเพิ่ม อายุรแพทย์ด้านการรักษาโรคมะเร็ง . ครั้งที่แล้วเราได้พูดกันถึง การรักษาโรคมะเร็งในระยะลุกลาม ในคลิปนี้…. คุณหมอจะมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่องของ ภูมิคุ้มกันบำบัดกับการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจนวัตกรรมทางการแพทย์ ในการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีนี้มากขึ้นค่ะ . ปรึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งได้ที่ #WincellResearch Tel. : 02-3994494-5 Mobile : 095-2541830 ,

การรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลามในปัจจุบัน

#เทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็ง EP.2 การรักษาโรคมะเร็งระยะลุกลามในปัจจุบัน โดย นพ.จิรเจษฎ์ สุขสุเพิ่ม อายุรแพทย์ด้านการรักษาโรคมะเร็ง . มาต่อกันจากครั้งที่แล้วนะคะ ในคลิปนี้…. คุณหมอจะมาอธิบายให้เราได้ทราบถึง นวัตกรรมการรักษามะเร็งระยะลุกลามในปัจจุบัน ทั้งการทำเคมีบำบัด การรักษาด้วยยามุ่งเป้า การรักษาแบบแม่นยำเฉพาะบุคคล รวมถึงแนวโน้มการรักษาในอนาคต ซึ่งแต่ละเรื่องนั้นน่าสนใจมาก มาติดตามกันได้จากคลิปนี้เลยค่ะ . ปรึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งได้ที่ #WincellResearch Tel. : 02-3994494-5 Mobile

ติดต่อสอบถาม

wincell-research-logo

บริษัท วินเซลล์รีเสิร์ช จำกัด ก่อตั้งโดย ดร.โอฬาร เปี่ยมกุลวนิช และประกอบด้วยทีมแพทย์และนักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและภูมิคุ้มกันวิทยาที่ทันสมัยซึ่งพัฒนาวิธีการเอาชนะโรคที่เกิดจากมะเร็ง

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
จดหมายข่าวของเรา

ส่งข้อมูลข่าวสารสุขภาพที่ดีสู่กล่องจดหมายข่าวของคุณ

Copyright 2020 © Wincell Research | All Rights Reserved |  Privacy policy | Terms of Service

covid