ขยายความการรักษามะเร็งและแนวโน้มในอนาคต (ตอน 2)

ฉบับที่แล้ว ผมได้ขยายความถึงเรื่องที่ว่าทำอย่างไรให้รู้เร็วว่าเป็นมะเร็งให้ทราบกันไปแล้ว ฉบับนี้มาว่ากันต่อถึงเรื่องของการรักษามะเร็งมาตรฐานในปัจจุบัน การรักษามะเร็งมาตรฐานในปัจจุบัน การวินิจฉัยชนิดมะเร็งที่ถูกต้องเริ่มจากอาการที่สงสัย เช่น ตรวจพบก้อนเนื้อที่อวัยวะที่สงสัย มีภาพทางการแพทย์หรือผลตรวจแล็ปผิดปกติ และได้ชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวิทยา ที่เรียกเจาะชิ้นเนื้อ (biopsy) ทั้งจากการใช้เข็มเจาะบริเวณที่อยู่ตื้น หรือการผ่าตัดเข้าไปภายในร่างกายเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็งจริง ๆ แต่โชคดีว่าปัจจุบันเรามีทางเลือกใหม่ ๆ เช่น ส่องกล้องเข้าไปในทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะ endoscopic biopsy ใช้เข็มเจาะและนำวิถีด้วยภาพรังสีเจาะผ่านผิวหนังเข้าไปที่อวัยวะภายใน หรือ intervention biopsy ใช้ภาพคลื่นแม่เหล็ก MRI ร่วมกับฉีดสารพิเศษ Primovist เพื่อดูภาพของเนื้องอกตับและวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเนื้อตับชนิด HCC ได้โดยไม่ต้องเจาะชิ้นเนื้อ เจาะน้ำจากช่องเยื้อหุ้มปอดช่องท้อง ออกมาปั่นเอาเซลล์ไปทำการตรวจหามะเร็ง Cytology ในกรณีที่ตรวจชิ้นเนื้อแล้วพบว่าเป็นมะเร็ง แต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นมะเร็งของอวัยวะนั้นหรือกระจายมาจากอวัยวะอื่นก็สามารถตรวจย้อมพิเศษเพื่อบอกที่มาของมะเร็งได้ (Immuno Histo Chemistry : IHC) ซึ่งการย้อมพิเศษจะทำให้เรารู้ชนิดของมะเร็งที่ถูกต้อง เลือกยารักษาได้ตรงกับชนิดมะเร็ง เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต เช่น ถ้าเจอก้อนที่ตับ มะเร็งอาจเกิดจากเซลล์ตับ คือ มะเร็งตับระยะแรกที่ยังรักษาได้ หรือเกิดจากมะเร็งลำไส้กระจายมีที่ตับ คือมะเร็งลำไส้ระยะแพร่กระจาย ซึ่งยากมากที่จะรักษาหายขาด การกำหนดระยะโรคและการรักษาตามแนวทางมาตรฐาน […]

การรักษามะเร็งและแนวโน้มในอนาคต (ตอน 1)

การรักษามะเร้งนั้น นอกจากหลักการสำคัญคือ รู้เร็ว รักษาได้ หายขาด แต่ปัญหาที่มะเร็งยังทำให้คนไทยเสียชีวิตคือ ทำอย่างไร ให้รู้เร็วว่าเป็นมะเร็ง รักษาตามมาตรฐาน ตามระยะโรค และการรักษาเสริม แก้ไขผลข้างเคียงจากการรักษา และการรักษาโรคร่วม ทำอย่างไรไม่ให้เป็นซ้ำ และทราบแต่แรกว่าเริ่มมีมะเร็งกลับมาและจัดการ เรามาลองขยายความกันทีละข้อนะครับ การหามะเร็งระยะแรก มะเร็งส่วนใหญ่ไม่มีอาการ นอกจากมะเร็งที่เป็นก้อนโตขึ้นชัดหรือมีเลือดออกจากทวาร ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการ “คัดกรองมะเร็งตั้งแต่ไม่มีอาการ” โดยเลือกกลุ่มที่เสี่ยงมาจัดการเป็นพิเศษ (personalized cancer screening) และปรับการตรวจคัดกรองมะเร็งให้ได้ประสิทธิภาพดีขึ้น เนื่องจากเราเห็นได้ว่ามีผู้ป่วยมะเร็งทั้งที่ตรวจสุขภาพประจำปี รวมทั้งตรวจสารบ่งชี้มะเร็งและพบว่าเป็นปกติ จึงมีการเพิ่มการตรวจมะเร็งของอวัยวะ เช่น เอ็กซเรย์ปอด เต้านม, การตรวจภายในสตรี, ส่องกล้องหาติ่งเนื้อลำไส้ก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งการตรวจเหล่านี้มีข้อมูลชัดเจนว่าถ้าตัดออกแล้วจะไม่เป็นมะเร็ง แต่คำถามคือใครจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการตรวจที่มีค่าใช้จ่ายสูงเหล่านี้?? แนวทางการพัฒนาการตรวจหามะเร็งระยะแรกในปัจจุบัน การตรวจหามะเร็งปอดระยะแรกที่เอกซเรย์ปอดหาไม่เจอ ได้แก่ การที่คนกลุ่มเสี่ยงคือ ได้รับควันบุหรี่มานานเข้ารับการตรวจ Low dose CT scan ซึ่งหามะเร็งได้เร็วและเจอตั้งแต่ก้อนยังเล็ก และสามารถตัดออกได้ ใช้การตรวจพันธุกรรมของเชื้อไวรัส HPV ร่วมกับการตรวจภายในแบบใหม่ (Thin prep and HPV DNA […]

พันธุกรรมมะเร็งและการแพทย์แม่นยำเฉพาะบุคคล

พัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างมาก ทำให้การแพทย์เข้าใจถึงสาเหตุและกลไกของโรคต่างๆ นำมาซึ่งวิธีการรักษาโรคใหม่ๆทำให้อายุขัยของมนุษย์ยืนยาวขึ้น แต่ยังมีสาเหตุการตายสำคัญที่เรายังเอาชนะไม่ได้นั้นคือ “โรคมะเร็ง” ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับแรกๆของทุกประเทศ             ในทศวรรษที่ผ่านมาเราได้ค้นพบความลับสำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ นั่นก็คือแผนที่แสดงแบบพิมพ์พันธุกรรม หรือยีนของมนุษย์โดยโครงการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ (Human genome project) เพื่อศึกษารูปแบบพันธุกรรมที่ควบคุมลักษณะของสิ่งมีชีวิตทั้งด้านกายภาพ การทำงานของอวัยวะในหน่วยที่เล็กที่สุดคือเซลล์ พบว่าการแบ่งเซลล์ถูกควบคุมโดยยีนของคนแต่ละคนที่ได้จากพ่อและแม่ ยีนส่งผลต่อโอกาศเกิดโรคเช่น เบาหวาน ไขมันสูงและโรคหัวใจ ไปจนถึงมะเร็ง แตกต่างกันในแต่ละครอบครัวและเชื้อชาติ โดยที่เราตรวจสอบ (ถอดรหัสยีน) สร้างเป็นแผนที่ของยีนและโรคที่เกี่ยวข้องกันและวิจัยต่อถึงการรักษาได้             การวิจัยพันธุกรรมเปลี่ยนความรู้ทางการแพทย์ด้านมะเร็งอย่างมาก เราทราบว่ามะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ ซึ่งอาจมีมาตั้งแต่แรกเกิด ร่วมกับการได้รับสารก่อมะเร็ง การติดเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์สะสมเพิ่มทีละน้อย ร่วมกับระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดพลาดไม่สามารถกำจัดเซลล์ผิดปกติออกไป สะสมจนกลายเป็นโรคมะเร็งในที่สุด ยีนที่มีผลให้เกิดมะเร็งนั้นมีทั้งยีนกระตุ้นและยีนยับยั้ง ซึ่งมีการทำงานหลายกลไกเชื่อมโยงกันแตกต่างกันไปในแต่ละคน ดังนั้นการรักษามะเร็งจึงควรจะเป็นไปตามพันธุกรรม (คณะนักวิจัยแผนที่พันธุกรรมมนุษย์ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลเกียรติยศทางการแพทย์ เจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี พ.ศ. 2561)             พันธุกรรมมีส่วนสำคัญ ทำให้คนไข้มะเร็งแต่ละคนมีความแตกต่างกันตั้งแต่อายุที่เริ่มเป็นมะเร็ง ระยะเวลาลุกลาม การตอบสนองต่อการรักษาต่อยาแต่ละชนิด แม้ว่าจะเป็นมะเร็งที่อวัยวะเหมือนกัน เซลล์มะเร็งแบบเดียวกัน แต่ลักษณะนิสัยความดุร้ายของมะเร็งก็แตกต่างกันออกไปซึ่งการรักษามะเร็งในอดีตที่ผ่านมาเป็นการรักษาโดยมองที่ชนิดและอวัยวะที่พบมะเร็งเหมือนๆกัน ในผู้ป่วยทุกรายด้วยรูปแบบเดียวกัน คือผ่าตัด ฉายรังสี ให้เคมี ยามุ่งเป้า และภูมิคุ้มกันบำบัด […]

“มะเร็งรังไข่” ภัยร้ายหญิงไทยและความหวังใหม่ในการรักษาด้วยยาตรงพันธุกรรม

รังไข่ (Ovary) เป็นส่วนหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง มีส่วนสำคัญมากในระบบฮอร์โมนสตรี ซึ่งเนื้อเยื่อรังไข่ในส่วนต่าง ๆ สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ตั้งแต่แบบไม่ลุกลาม ไปจนถึงมะเร็งชนิดร้ายที่กระจายไปอวัยวะภายในและเยื่อบุช่องท้อง                “มะเร็งรังไข่” มักพบในหญิงไทยอายุ 40-60 ปี ซึ่งปัจจุบันสามารถพบผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีประวัติมะเร็งของระบบสืบพันธุ์สตรี (เต้านมรังไข่ เยื่อบุช่องท้อง) ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าเกี่ยวข้องกับยีนมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น ยีน BRCA ซึ่งทำให้เกิดโรค Hereditiary Breast, Ovarian Cancer ซึ่งตรวจได้จากเลือดว่ามียีนกลายพันธุ์เสี่ยงมะเร็งนี้หรือไม่ และสามารถวางแผนจัดการได้ตั้งแต่ยังไม่ป่วย เหมือนกับคุณแอนเจลีน่าโจลี่ ดาราฮอลลี่วู้ด ที่โด่งดัง                “มะเร็งรังไข่” ส่วนใหญ่จะไม่มีโอกาสนอกจากก้อนมีขนาดใหญ่จนแน่นท้อง ซึ่งเกินจะรักษาให้หายขาดได้ โดยสัญญาณอันตรายของมะเร็งรังไข่ ที่ต้องรีบมาพบแพทย์ ได้แก่ ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง เรอบ่อยขึ้น ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จากการที่ก้อนมะเร็งไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ท้องผูก จากการที่ก้อนมะเร็งไปเบียดลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่ คลำเจอก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย ปวดท้องน้อย ประจำเดือนผิดปกติ ทั้งปริมาณมาก มาติดต่อกันนาน หรือมีอาการปวด มีอาการท้องมาน เนื่องจากมะเร็งกระตุ้นการสร้างน้ำออกมาในช่องท้อง เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์นรีเวช […]

ยายุคใหม่ที่ดีกว่า กับการรักษามะเร็ง “แบบภูมิคุ้มกันบำบัด”

ที่ผ่านมาเรามองมะเร็งเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ต้องการกำจัดออกไป แม้จะเป็นการทำลายร่างกายที่ปกติไปด้วยก็ตาม ถ้าเปรียบเทียบการรักษามะเร็งกับสงคราม ก็เหมือนกับที่เราไม่ชนะ เพราะว่าเราไม่รู้ว่า “ไม่รู้เขา รู้เรา” นั่นเอง มะเร็ง คือเซลล์ร่างกายที่เติบโตอย่างผิดปกติ ซึ่งมีที่มาจากเซลล์ร่างกายเดิมที่ “เคยปกติ” เพราะในทุกขณะที่ร่างกายของเราต้องมีการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์เดิมที่เสื่อมสภาพนั้น เรามีโปรแกรมระดับเซลล์ที่ควบคุมการแบ่งเซลล์ให้ได้ลักษณะที่คงเดิมทั้งรูปร่างหน้าตาและฟังชั่นการทำงาน แต่ก็จะมีเซลล์ที่ผิดปกติเกิดมาในขบวนการนี้เช่นกัน ซึ่งร่างกายจะมีระบบที่คอยควบคุมดูแล ตั้งแต่การโปรแกรม รหัสพันธุกรรมหรือยีน การแปรรหัสยีนเดิม สร้างเซลล์ใหม่ที่เหมือนเดิมและกำจัดเซลล์ที่กลายพันธุ์ไม่ให้ออกมาเป็นเซลล์ไม่ให้ออกมาเป็นเซลล์สมบูรณ์ และเมื่อเซลล์ใหม่เกิดออกมาแต่ทำงานผิดเพี้ยนจากปกติ ก็จะมีระบบตรวจตราค้นหา และทำลายเพื่อให้ร่างกายทำงานไปได้อย่างปกติหรือสุขภาพดีไม่เจ็บป่วย เราเรียกระบบนี้ว่า “ระบบภูมิต้านทาน หรือ Immune System”                แต่ถ้าระบบตรวจตรานี้ไม่ทำงานตามปกติหรือด้อยประสิทธิภาพลง ก็จะเกิดเซลล์ผิดปกติมากขึ้นๆมันจะรวมกันกลายเป็น “มะเร็ง” นั้นเอง ดังนั้นในความรู้ใหม่ เราทราบว่าเรามีเซลล์มะเร็งในร่างกายได้ตลอดเวลา ตั้งแต่เด็กและสะสมมากขึ้นๆตามอายุ โดยเกิดเป็นสมดุลระหว่างการสร้างเซลล์มะเร็งจากกลไกที่กล่าวข้างต้น รวมถึงการตรวจตราและทำลายโดยภูมิต้านทาน สมมุติว่า เรามีการสร้างเซลล์มะเร็งวันละ 200 เซลล์ และระบบภูมิคุ้มกันสามารถทำงานเซลล์แปลกปลอมรวมทั้งมะเร็งได้ 300 เซลล์ต่อวัน ในภาวะนี้เราอาจจะตรวจเจอเซลล์มะเร็งในเนื้อเยื่อ หรือกระแสเลือด (Circulated tumor cell) แต่เราจะไม่ตรวจเจอก้อนมะเร็ง เพราะมะเร็งถูกทำลายเสียก่อน ดังนั้นด้วยแนวคิดนี้ มะเร็งเกิดในร่างกายได้จาก มีการสร้างเซลล์มะเร็งมากกว่าเดิม […]

ยายุคใหม่ที่ดีกว่า

ยามุ่งเป้าที่เน้นทำลายเซลล์มะเร็งมากกว่าเซลล์ร่างกาย ปัจจุบันเรามีความเข้าใจในกลไกการเกิดของมะเร็งมากขึ้น คือทราบว่า มะเร็งคือเซลล์ร่างกายที่เติบโตผิดปกติเพราะการกลายพันธุ์โดยธรรมชาติ, การสืบทอดความเสี่ยงจากพ่อแม่ หรือได้รับสารก่อการกลายพันธุ์ เช่นไวรัส HPV ก่อมะเร็งปากมดลูก, ไวรัส HBV ก่อมะเร็งเนื้อตับ รวมถึงมลภาวะและการปนเปื้อนสารพิษจากอาหาร                เซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้สามารถหลุดพ้นจากระบบตรวจจับของร่างกาย (ภูมิคุ้มกัน) ได้ แต่เมื่อเข้าสู่กระแสเลือดก็จะถูกเม็ดเลือดขาวที่จัดการสิ่งแปลกปลอมทำลาย ดังนั้นเราจึงมีโอกาสตรวจพบเซลล์มะเร็งในเลือดได้บ้าง แต่ทว่าจะไม่มีการรวมตัวเป็นก้อนมะเร็ง ซึ่งต้องมีความผิดปกติต่าง ๆ ตามมาอีกจึงจะครบองค์ประกอบ เราเรียกลักษณะที่ทำให้เซลล์มะเร็งคงอยู่และเติบโตไปได้เรื่อย ๆ นี้ว่า ลักษณะพิเศษของมะเร็ง (Hallmarks of Cancer) โดยปัจจุบันเราพบลักษณะพิเศษดังกล่าวประมาณ 10 ประการ                เมื่อเรารู้ความลับของกลไกที่ทำให้เกิดมะเร็ง ก็เท่ากับการทำสงครามที่เราสามารถ “รู้เขา – รู้เรา รบร้อยครั้งก็อาจจะชนะได้ทุกครั้ง” นั้นเอง ความลับของมะเร็งที่ว่า นำมาซึ่งการวิจัยการรักษามะเร็งยุคใหม่ซึ่งได้ผลดีกว่าการ ผ่าตัด ฉายรังสี และยาเคมีแบบเดิม ความลับที่ว่า ได้แก่ เซลล์มะเร็งมีการกระตุ้นระบบสัญญาณสั่งให้เซลล์เติบโต หรือ Epithelial Growth Factor (EGF) มากกว่าเซลล์ปกติโดยจะมีตัวรับบนผิวเซลล์มะเร็งที่ทำงานมากกว่าเซลล์ในอวัยวะเดียวกัน […]

“รังสีร่วมรักษา”วิธีทำลายเนื้องอกในร่างกายที่ผ่าตัดไม่ได้

อวัยวะในช่องท้อง เช่น ตับ และตับอ่อน มักเกิดมะเร็งได้บ่อย ไม่ว่าจะมาจากอวัยวะนั้น ๆ หรือกระจายมาจากที่อื่นก็ตาม มะเร้งตับที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งของเนื้อตับ รองลงมา คือ มะเร็งระบบทางเดินน้ำดีในตับ ซึ่งพบบ่อยในคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม ในตอนแรกมักจะไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยมักเกิดความผิดปกติ เช่น ปวดท้อง ตาเหลือง และมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่อเป็นมากแล้ว จึงไม่สามารถตัดออกให้หายขาดได้ ทำได้เพียงประคับประคอง ไม่ให้ลุกลาม และไม่ให้มีอาการปวดจากก้อนเนื้อมะเร็ง                วิธีการหนึ่งที่ใช้รักษา คือ ปล่อยก้อนอยู่ในร่างกาย แต่หยุดการเติบโตด้วยการเผาทำลายจากพลังงานที่ส่งผ่านอุปกรณ์นำวิถีด้วยภาพเอกเรย์หรืออัลตราซาวด์ เข้าไปที่ก้อนนั้น ๆ เรียกว่า “Intervention Treatment หรือรังสีร่วมรักษา” การส่งผ่านพลังงานเข้าไปที่ก้อนมะเร็งในร่างกายนั้นทำได้หลายแบบ และหลายชนิดพลังงาน ได้แก่ RFA : Radiofrequency Ablation เป็นการแทงเข็มโลหะเข้าไปที่ก้อนมะเร็ง และขยายส่วนปลายของอุปกรณ์ให้กางออกเหมือนร่ม แล้วปล่อยคลื่นวิทยุสร้างความร้อนเผาก้อนมะเร็ง แต่มีข้อจำกัด คือ จะทำได้ในรายที่ก้อนมีขนาดไม่เกิน 3 ซม. และไม่ติดกับเส้นเลือดสำคัญ MWA : […]

สู้มะเร็ง(เนื้อ) ตับ

ทางเลือกใหม่ สู้มะเร็ง(เนื้อ) ตับ “มะเร็งตับ” เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของคนไทยมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน และยังไม่มีทีท่าว่าเราจะเอาชนะได้ง่ายๆ ฉบับนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับทางเลือกใหม่ในการรักษากันครับ                มะเร็งของตับ แบ่งได้เป็น มะเร็งของเนื้อตับ, มะเร็งระบบทางเดินน้ำดีในตับ, มะเร็งของเส้นเลือดในตับและมะเร็งอื่น ที่กระจายมาตับ แต่มะเร็งตับที่เรากำลังพูดถึงกันนี้ จะเน้นไปที่มะเร็งเนื้อตับหรือ Hepato Cellular Carcinoma เรียกย่อๆว่า Hepatoma หรือ HCC ซึ่งเกิดจากการที่เนื้อตับเกิดการอักเสบ ทำให้มีการซ่อมแซมตัวเองและแบ่งเซลล์มาทดแทน แต่เกิดการผ่าเหล่าจนรวมตัวกลายเป็นก้อน ขยายตัวทั่วตับจนทำให้เกิดน้ำดีอุดตันเป็นดีซ่าน จนตับหยุดการทำงาน เรียกว่า “ ภาวะตับวาย” ทำให้เสียชีวิตได้ สาเหตุหลักมักเป็นจากภาวะตับแข็งจากสุรา แต่ปัจจุบันพบว่าส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซีแบบเรื้อรัง ซึ่งมีข่าวดีมาก คือเรามียากินที่สามารถกำจัดไวรัสตับอักเสบได้อย่างดีมาก อีกทั้งผลข้างเคียงต่ำกว่ายาฉีดอินเตอร์เฟอรอนอย่างมาก และมียาให้ใช้ในประเทศไทยแล้ว นอกจากนี้ยังพบ ภาวะตับแข็งจากไขมันเกาะตับจนตับอักเสบเรื้อรัง ทำให้เป็นมะเร็งเนื้อตับได้เช่นกัน และการได้รับสารก่อมะเร็งร้ายแรงอัลฟ่าท็อกซินจากเชื้อรา ปนเปื้อนในอาหารแห้ง เช่นถั่วป่น พริกป่น                สำหรับการวินิจฉัย ถ้าผู้ป่วยมีอาการโรคตับ เช่น แน่นท้องด้านขวาบน ตาเหลือง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด  ควรตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของตับ […]